คู่มือ Private Blog Network

PBN ย่อมาจาก Private Blog Network เป็นเทคนิคการทำ Off-Page SEO แบบ Blackhat โดยการสร้างเน็ตเวิร์คส่วนตัวขึ้นมาจาก โดเมนหมดอายุที่มีค่าพลังสูง(มีแบคลิงค์คุณภาพมาสร้างเป็นเว็บไซต์ PBN แล้วลิงค์ไปที่เว็บที่ต้องการทำอันดับ

ทำไม PBN ถึงช่วยในการทำอันดับให้เว็บไซต์ได้ ?

หลายคนคงทราบว่าการทำ SEO ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเพียงปัจจัยเดียว แบคลิงค์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการทำอันดับของเว็บไซต์ โดย Google ได้กล่าวไว้ว่า แบคลิงค์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ Google ใช้วัดคุณภาพของบทความบนเว็บไซต์ เนื่องจากบทความที่มีคุณภาพนั้น จะถูกเว็บไซต์อื่น นำไปอ้างอิง มันแสดงให้เห็นถึง ความน่าเชื่อถือ ความเป็นมืออาชีพ และ พลัง

แต่ไม่ใช่ทุกลิงค์ที่ Google ให้คุณค่ากับมัน ไม่ใช่ว่าการทำลิงค์จากเครื่องมือ Automation อย่าง Xrumer หรือ GSA-SER จะทำให้เว็บไซต์ของคุณทยานไปหน้าแรก มันคงไม่ใช่อย่างแน่นอน ปัจจุบัน Google นั้นชื่นชอบแบคลิงค์ แบบ Contextual Backlink หรือ แบคลิงค์ที่อยู่ท่ามกลางบทความ มากที่สุด ตัวอย่างของแบคลิงค์ที่จัดได้ว่าเป็น Contextual Backlink ได้แก่ การไป Guest Posts ลงบทความบนเว็บไซต์คนอื่น แล้วลิงค์กลับมาหาเรา หรือ การสร้างลิงค์ จากโพสต์ของ PBN

การทำ PBN เริ่มต้นจากการหาโดเมนที่หมดอายุ โดยสิ่งที่เป็นพลังให้กับ PBN ก็คือแบคลิงค์ของโดเมนที่นำมาทำ PBN นั่นเอง ยิ่งโดเมนมีลิงค์จากเว็บดังๆเยอะเท่าไร ก็ยิ่งทำให้พลังของ PBN นั้นมีมากขึ้น

ข้อดีของ PBN

  1. การสร้างลิงค์จาก PBN ทุกอย่างจะอยู่ในความควบคุมของเรา เราสามารถเลือก anchor text เลือกบทความ เลือกหน้าที่จะสร้างลิงค์ เลือกจำนวนลิงค์ ได้อย่างอิสระ
  2. สามารถสร้างลิงค์ที่ไม่มีทางที่จะได้มาด้วยการไปขอซื้อ Guest Post เลย เช่น คุณทำเว็บพนันออนไลน์ แล้วไปขอลง Guest Post บนเว็บดังๆ ที่มีลิงค์สวยๆจากองค์กรเอกชนใหญ่ จากรัฐบาล หน่วยงานต่างๆ ไม่มีทางเป็นไปได้ กลับกัน หากคุณทำ PBN จากโดเมนที่มีลิงค์ตามคุณสมบัติด้านบน มันทำได้ง่ายกว่าเยอะ
  3. Cost Effective เป็นอย่างมาก เนื่องจากการควบคุมอยู่ที่เรา เราอาจจะนำไปสร้างลิงค์ให้ Money site หลายๆเว็บ ก็ได้
  4. ทีมของเราพบว่า Niche อย่างการพนันออนไลน์ในตลาดประเทศไทย PBN นั้นส่งผลอย่างมากในการทำอับดับ

ข้อเสียของ PBN

อย่างที่ผมได้กล่าวไว้เสมอว่า PBN นั้นเป็นเทคนิค Black Hat SEO Google ระบุไว้ชัดเจนว่าการกระทำใดที่เป็นการสร้างแบคลิงค์เพื่อ manipulate อันดับของเว็บไซต์ ถือว่าละเมิด และ ขัดต่อ Google’s Webmaster Guideline และจะได้รับการลงโทษ (ในความเป็นจริงหากอิงตามที่ Google ระบุไว้ การสร้างลิงค์ทุกประเภทที่มีการจ่ายเงิน ถือว่าผิดทั้งหมด เพราะฉะนั้นหากว่ากันตามตรง Guest post ก็ถือว่าเป็น Black Hat เช่นกัน)

  1. เนื่องจากมันผิดกฏ มันเลยเสี่ยงหากถูกพบโดย Google ทั้งจาก Algorithm และ จาก Manual Review โดยเฉพาะมือใหม่ที่ขาดความรู้ และไม่ได้ระมัดระวังในการป้องกัน Footprint ของ Network ตนเองจะเสี่ยงมากๆ (ไม่ต้องกังวลครับ ในบทความนี้ผมจะพูดถึงการป้องกัน Footprint ทั้งหมด)
  2. ใช้ทุนสูงมากในการจัดทำ PBN ดีดีชุดนึง หลายคนคงงง แล้วทำไมด้านบนบอกข้อดีคือ Cost Effective อ่านไม่ผิดหรอกครับ มันคือ Cost Effective ในระยะยาวครับ แต่หากพูดถึงระยะสั้น หรือ ทุนที่ต้องใช้เริ่มต้นหากต้องการของคุณภาพ จะสูงมากๆครับ แค่ค่าโดเมนดีดีก็อ้วกแล้วครับ ราคาที่เหมาะสมสำหรับโดเมนดีดีหากประมูลมานะครับ จะอยู่ที่ 20,000 – 100,000 บาท ต่อโดเมนครับ

ขั้นตอนในการจัดทำ Private Blog Network

  1. หาโดเมนหมดอายุ วิเคราะห์ประวัติ รวมไปถึง ลิงค์โปรไฟล์ต่างๆ
  2. นำโดเมนที่ผ่านเงื่อนไขทุกอย่าง มาโฮสติ้ง และ จัดทำเว็บโดยใช้ wordpress ขึ้นมา
  3. จัดการรีไดเรคหน้าเก่าที่มีแบคลิงค์มาหาเยอะ ไปหน้าแรก หรือ หน้าอื่นที่ต้องการเน้นพลังให้มันแรงๆ
  4. จัดทำบทความ
  5. ลอง Test PBN โดยการยิงลิงค์ไปที่เว็บคนอื่นใน niche เดียวกับเราก่อน หากพบว่ายิงไปแล้วทำให้อันดับลด ให้ตัด PBN น้ันออกจาก Network ของเราเลย ห้ามเสียดาย
  6. จัดทำลิงค์จาก PBN ไปหา Money Site
  7. ดูแล รักษา และ ปรับปรุง PBN อย่างสม่ำเสมอ

วัฏจักรของโดเมน

ก่อนจะเข้าไปสู่เรื่องของการหาโดเมน มีสิ่งหนึ่งที่อยากให้เพื่อนๆทราบก่อนได้แก่ วัฏจักร หรือ วงจรชีวิตของโดเมนนั่นเอง

Period ต่างๆหลังจากโดเมนหมดอายุลง

Periodวัน
Expired Period1-45 วัน
Redemption Grace Period30 วัน
Pending Deletion Period5 วัน
Domain DropThe domain is available for registration

ประเภทของโดเมนที่จะนำมาทำ PBN

Expired Domain

โดเมนหมดอายุ หมายถึง โดเมนที่หมดอายุแล้ว และ สามารถจดทะเบียนได้ทันที โดเมนที่ราคาคุ้มค่าที่สุดจะได้มาโดยวิธีนี้ โดยเสียค่าจดโดเมนแค่ประมาณไม่เกิน 15 USD แต่หากให้ผมแนะนำ ผมไม่แนะนำให้ไปนั่งหาเอง จาก Expired Domain List นะครับ เนื่องจากเสียเวลาเป็นอย่างมาก และหากพบอันไหนดีดีมักจะถูกจดไปแล้ว หากอยากได้โดเมนคุณภาพดี และไม่อยากไปนั่งหาเอง สามารถสั่งจาก Domain Vendor ได้ ราคาที่ร้านขายส่วนใหญ่ก็จะขึ้นกับลิงค์ที่เว็บนั้นมี

Auction Domain

โดเมนประมูล หมายถึง โดเมนที่จะหมดอายุ โดยช่วงเวลาในการประมูลจะมีขึ้นระหว่าง Expiration Period ไปจนถึง Pending Deletion Period หากเรียงลำดับแล้ว การประมูลโดเมนจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากการประมูลนั้นจะมีสิทธิเป็นเจ้าของ โดเมนหมดอายุก่อนเป็นลำดับแรก ตามมาด้วยวิธีแบบ Backorder และ วิธีจดแบบปกติ

Backorder Domain

การจองชื่อโดเมนที่ถูกจดทะเบียนแล้วเป็นบริการที่จะช่วยให้คุณได้รับโดเมนเมื่อโดเมนนั้นพร้อมให้จดทะเบียน กล่าวได้ว่า การ Backorder จะเริ่มต้นขึ้นหลังจาก ที่ โดเมนนั้นผ่าน Pending Delete แล้ว ซึ่งหากไม่มีผู้ Backorder ไว้เลย หลังจากนั้นโดเมนก็จะสามารถจดทะเบียนได้ปกติบนทุก Registra นั่นเอง

*หากเรียงตามประเภท จะได้ว่า Auction ก่อน Backorder ตามมาด้วย Expired ถูกไหมครับ หากผมบอกว่า Auction Domain ดีที่สุด หลายๆคนคงนึกว่า Expired Domain ต้องแย่กว่า Backorder Domain ถูกต้องไหมครับ หากใครอยากทราบคำตอบสามารถไปอ่านได้ในเอกสาร การทดสอบ PBN นะครับ

ข้อสังเกตุที่น่าสนใจเกี่ยวกับการประมูลโดเมน และ การ Backorder

  • ถึงแม้ว่าคุณเป็นผู้เสนอราคาสูงสุด การประมูลได้ปิดลง และ คุณชนะการประมูลแล้ว แต่เจ้าของโดเมนเดิมยังมีสิทธิต่ออายุโดเมนอยู่ โดย Registra ให้สิทธิเจ้าของโดเมนเดิมประมาณ 1-2 สัปดาห์ หากเจ้าของเดิมไม่ต่ออายุในเวลาดังกล่าว โดเมนที่คุณประมูลได้ถึงจะเปลี่ยนเจ้าของเป็นคุณ
  • Backorder vs Auction อันไหนเกิดก่อนกัน? Auction domain จะเกิดก่อนโดยการประมูลส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาระหว่าง Expired Period – Pending Deletion period
  • หากไม่มีการประมูลเกิดขึ้น(ไม่มีผู้เสนอราคา) หลังจากสิ้นสุด Pending Deletion Period โดเมนจะสามารถจดทะเบียนได้ ตรงจุดนี้แหละที่ Back Order service จากผู้ให้บริการต่างๆจะทำการแย่งกันจดทะเบียน
  • หากมี Registra เจ้าเดียว ที่มีคนใช้บริการ Backorder ไว้ ผู้ที่ Backorder ไว้ก็จะสามารถจดทะเบียนนั้นได้ แต่ในกรณีที่ มีผู้ใช้หลายคน ทำการ Backorder ไว้ที่ Registra เดียวกัน ในกรณีนี้การประมูลระหว่างผู้ที่ Backorder ไว้จะเริ่มต้นขึ้น (ไม่มีสิทธิประมูลหากไม่ได้ Backorder ไว้)

การวิเคราะห์คุณภาพโดเมน และ ประวัติโดเมน (วิธีการพร้อมเครื่องมือ)

ในหัวข้อนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ห้ามลืมตรวจสอบรายละเอียดต่างๆให้ครบก่อนจะตัดสินใจจ่ายซื้อโดเมน

  • การกรองโดเมนโดยใช้เมตริกเพื่อประหยัดเวลา สำหรับผมผมจะใช้เมตริก คือ Trust Flow มากกว่า 10 และ Refering Domain มากกว่า 50 ขึ้นไป หากท่านใดยังไม่ทราบ ค่า TF นั้นจะพบว่าเพี้ยนอยู่กรณีเดียวเลยคือ TF สูง แต่ RD ต่ำ เพราะฉะนั้นหากดูแต่ TF อาจจะหลุดได้พวกที่มีแบคลิงค์แค่ลิงค์ 2 ลิงค์ก็เป็นได้ ในบางทีผมก็ใช้จำนวนหน้าที่ index จำนวนคีย์เวิร์ดที่ติดอันดับมาพิจารณาด้วยเหมือนกัน ขั้นตอนนี้จะมีเครื่องมือสองอย่างที่ผมแนะนำคือ expireddomain.net (ฟรี) และ spamzilla.io
  • เช็คประวัติโดเมนในอดีตจาก “archive.org”
  • เช็คแบคลิงค์โปรไฟล์ โดยใช้เครื่องมืออย่าง Ahrefs
  • เช็ค Google Index และ จำนวน KWs ที่ติดอันดับอยู่ ณ ตอนนั้น โดย Google search command ธรรมดาๆอย่าง site:”www.website.com” สำหรับจำนวน KWs สามารถเช็คได้จาก Ahrefs เช่นกัน